หาหมีคุมะ ท่องภูเขาไฟอะโสะ
ท่องเที่ยว วันที่ 29 ธันวาคม 2565
อาหารเช้าที่โรงแรม ผมเองเป็นคนกินเผ็ดติดรสชาติอาหารไทย ร่างกายเริ่มไม่ไหวที่ห้องอาหาร ก็ถือน้ำพริกปลาร้า ที่แม่ของพลอยตำมาให้จากเมืองไทย ลงไปห้องอาหารด้วย อะไรจิ้มได้ก็ต้องจิ้มเข้าปากกินข้าว เริ่มหมดแรงสมัยก่อนต้องไปทำข่าวต่างประเทศบ่อยๆ ก็ต้องพกน้ำพริกติดกระเป๋าไปไม่ได้ทำเองแต่ซื้อเอา จิ้มทุกอย่างผมอยากเป็นแบบคนที่ไม่ติดอาหารไทยมาก ผมว่าการท่องเที่ยวในต่างประเทศน่าจะง่ายกว่านี้แน่ๆ เรื่องเที่ยวไม่ค่อยเรื่องมาก แต่เรื่องอาหารสำคัญ

โปรแกรมท่องเที่ยววันนี้เริ่มต้นไป เมืองชิมาบาระ Shimabara อยู่ในเมืองนางาซากิ เช่นเดียวกันแต่อยู่ในอ่าว สามารถไปได้ทั้งรถ รถไฟ แต่ก็ใช้เวลามาก โปรแกรมของผมใช้รถข้ามเรือเฟอรี่


คณะเราไปถึงที่จอดรถเตรียมขึ้นนำรถขึ้นเรือเฟอรี่ ข้ามอ่าว ช่วงเช้า



บนเรือเฟอรี่ ก็จะมีร้านอาหารเล็กๆ กินแก้หิว เครื่องดื่ม สแน็ค ยังไงก็ต้องกินเหมือนเดิมตอนเช้าผมกับคณะกินไม่อิ่ม อย่างน้อยขนมปัง ของขบเคี้ยว ก็กินง่ายเป็นพื้นฐาน
จุดมุ่งหมายคณะเราจะไป ปราสาทคุมาโมโต้ ก่อนมาเคยดูสารคดีนานมาก เรื่องความเก่งของคนญี่ปุ่นในการคิดแพ็คเกจใส่ของใส่ขนม และสัญลักษณ์ของเมืองต่าง อยากมาเห็นกับตา นั่นคือตุ๊กตาหมีคุมะ ตัวแทนเมืองคุมาโมโต้


ยังไงก็ต้องซื้อติดมือกับเมืองไทย
มื้อเที่ยงทางทัวร์จองร้านไว้แล้ว เป็นห้องส่วนตัวอาหารญี่ปุ่นเหมือนเดิม เขาว่าขึ้นชื่อมากแต่ผมไม่ค่อยถูกปากเหมือนเดิม จะหยิบกระปุกปลาร้าขึ้นมาจิ้ม ก็เกรงใจร้านเค้าทั้งกลิ่นที่ยังไงต้องติดถ้วยชาม ผมอยากให้ไกด์นั่งด้วย โดยผมออกเงินให้จะได้รู้ว่ากินยังไง แต่ไกด์มักจะเกรงใจไม่ยอมไม่รู้จะบอกยังไงกินอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่ค่อยเป็นความจืดชืดเป็นเหตุทั้งหมด



ผมเคยบอกทางทัวร์ผมกินอาหารไม่ค่อยเรื่องมาก ไม่ต้องร้านดัง อะไรก็ได้กินง่ายๆ หรือจริงผมกินยาก เพราะวันสุดท้ายไปกินฟู้ดคอร์ท อร่อยซะงั้นเพราะผมเลือกเองไม่ใช่อาหารเซ็ตที่เขาจัดมาให้ เหมือนพวก ไฟน์ไดนิ่ง ผมเองก็ไม่ค่อยชอบอยากกินอะไรผมสั่งเองอาหารเซ็ตจะกินไม่ค่อยลง แต่มันดูหรูหราเท่านั้น เข้าใจได้
หลังจากกินอาหารเรียบร้อยก็เดินทางต่อ ไปดูปราสาทคุมะโมโต้ เหมือนที่เคยเล่าผมเฉยๆ กับปราสาทญี่ปุ่น เมืองไหนก็เหมือนๆ กันแต่ที่อยากเห็นคือ มาสคอต หมีคุมะ โชคดีปราสาทคุมะโมโต้ เขาปิดซ่อมเลยไม่ต้องขึ้น แต่เสียดาย หมีคุมะไม่มีขาย ต้องอาศัยไกด์สั่งซื้อทาง อเมซอน ให้มาส่งที่หลัง ไกด์เขาก็จะเลือกเมืองไว้ว่าให้ไปส่งที่ไหน เพราะเราต้องเดินทางต่อหลังจากเที่ยวเมืองนี้ สอบถามไกด์ว่า พวก Shopee Lazada มีมั้ยที่ญี่ปุ่น ไกด์แจ้งว่า ที่ญี่ปุ่นจะแอนตี้จีน พวก Marketplace ของจีนจะไม่ให้เข้า

สถานที่สุดท้าย ที่จะไปวันนี้ ภูเขาไฟอะโสะ และภูเขาไฟคิวยิว ว่ากันว่าเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับดี เพียงแต่สงบ ปล่องภูเขาไฟใหญ่ที่สุดในโลก เส้นผ่าศูนย์กลาง 12 กิโลเมตร แต่ต้องลุ้นกันว่าจะได้ขึ้นมั้ย ทั้งๆ ที่ทัวร์เตรียมไว้แล้วแต่ก็แจ้งไว้ล่วงหน้า ขึ้นอยู่กับพยากรณ์อากาศ ว่าจะขึ้นไปได้หรือไม่ พยากรณ์อากาศของญี่ปุ่นแจ้งว่า ขึ้นได้โล่งอก มีพรรคพวกของแฟนผม เอ๋ เห็นพวกเราไปเที่ยวที่นี่ผ่านเฟซบุ๊ค พยายามตามไปเที่ยวบ้าง แต่ยังไม่มีใครได้ไปถึงซักคน ทั้งรถ และอากาศ ผ่านมา 2 ปี ยังไม่มีใครบอกว่าไปแล้ว




เนื่องจากยอดเขาสูง และเป็นช่วงหน้าหนาวใกล้สิ้นปี มีหิมะปกคลุมพอได้รู้ว่าอากาศเย็น ในปล่องภูเขาไฟมีไอน้ำโชยมาตลอดเวลา เป็นช่วงๆ เหมือนประทุเบาๆ ก็เลยสัมผัสบรรยากาศสวยไปอีกแบบ ผมเองไม่รู้อากาศตอนนั้นเท่าไหร่ไม่ได้ดู มัวแต่เดินดูนู่นนี่นั่น หิมะละลายน้อยมาก

เดินดูร้านขายของดูแล้วขายหิน น่าจะเก็บมาจากภูเขาไฟ ช่วงประทุเหมือนซื้อมาเป็นที่่ระลึกแต่ผมไม่เอาไม่รู้ว่าจะซื้อทำไมให้หนักกระเป๋า บรรยากาศตอนนั้นผมว่าน่าจะใกล้ 0 องศา ในเวลาประมาณ 16.00 น. พวกเรากลับเข้าเมือง ไม่อยากให้มืดค่ำ กินอาหารค่ำที่โรงแรม ที่พักเป็นแบบเรียวกัง ออนเซน และ ชุดเตรียมไว้ให้แถวล็อบบี้ทางโรงแรมให้หยิบ ขึ้นไปแต่งตัวที่ห้อง แล้วใช้ชีวิตในโรงแรม กินอาหารแช่ออนเซนบ่อให้แขกที่มาพักแยก ชาย หญิง เพราะต้องแก้ผ้าหมดแช่น้ำรวมกัน


โรงแรมเรียวกังจะมีลักษณะคล้ายกัน ปูเบาะนอนที่เสื่อ สามารถเข้าพัก 3 คนได้ไม่เหมือนโรงแรมปกติ จะพักได้แค่ห้องละ 2 คนโดยส่วนใหญ่ และที่ไม่เหมือนใครก็คือ จะมีอาหารเช้า และอาหารเย็น อาหารทะเลสดๆ
โรงแรมที่มาพักติดริมทะเล โรงแรมอูเอโด โอนเซ็น โมโนงาตารี เบปปุ เซอิฟุ Oedoonsen Monogata Beppuseifu


ผมซื้อเบียร์ติดมาก่อนหน้านี้ บรรยากาศกลางคืน ประมาณเที่ยงคืน เดินอยู่กับ พลอย หลานผม ริมทะเลอากาศเย็นมากหลานสาวขอเข้าในตัวอาคารโรงแรมเพราะหนาวมาก ส่วนผมนั่งอยู่หน้าโรมแรมโทรไลน์หา ตั้ม พรรคพวก ข้าราชการอุบลราชธานี เข้ามาเที่ยววันหยุดปีใหม่ในกรุงเทพคุยพร้อมกับ โก้ พรรคพวกอีก 1 คน โทรคุยกันยาวไม่รู้คุยเรื่องอะไรบ้าง เป็นเพื่อนในวงเหล้าระยะไกล
บรรยากาศเงียบสงบ ริมทะเลมืดๆ ร่ำสุรากลางอากาศหนาว หน้าโรงแรมนอกเมืองโออิตะ เต็มไปด้วยน้ำพุร้อน มันได้บรรยากาศคลายเหงาได้ดี
บันทึกไว้ 25 พฤศจิกายน 2568
สาม สอเสือ
