ฮาร์บิน–ปักกิ่ง หิมะ เบียร์ เหมาไถ และมิตรภาพระหว่างทาง

เช้าวันที่ 2 ในฮาร์บินรู้ว่าต้องไปดูงานเทศกาลหิมะ จะไม่เหมือนเมื่อคืนเทศกาลน้ำแข็งโชว์แสงสียามค่ำคืน ออกจากโรงแรม 9 โมงเช้าจัดการกับอาหารเช้าของโรงแรมเรียบร้อยกินประทังชีวิต ส่วนพลอย หลานผม ขอพักไม่ลงไปกินด้วยไม่อร่อย ฮา ปกติไม่ใช่เฉพาะที่จีน แม้แต่ในโรงแรมในไทย บางทีก็ไม่ลงไปกิน นอนดึกก็ส่วนหนึ่งตามประสาวัยรุ่น อาหารโรงแรมไม่ถูกปาก จะเป็นประเด็นหลัก

คณะเราแวะไป Sun Island Snow Sculpture Art Expo งานเทศกาลหิมะ เดินสะพานข้ามแม่น้ำซงฮัวเจียง เขาว่าฝั่งงานเป็นเกาะกลางแม่น้ำ อันนี้ไม่รู้ความจริง งานยังไม่เปิดจะเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 มกราคม แต่ก็ได้เห็นสภาพงานส่วนใหญ่ วันที่บันทึกก็เป็นวันที่ 2 มกราคม ยังเห็นการทำงานของช่างแกะสลัก สำหรับงานบางชิ้นที่ยังไม่เสร็จ เนื่องจากเป็นการดูกลางวันประมาณ 10 โมงเช้า อากาศไม่เย็นสุดขั้วเหมือนเมื่อคืน แต่ก็เจอลมหนาวไม่ธรรมดาเหมือนกัน เดินดูได้ไม่นานรอบๆ บริเวณบันทึกภาพว่ามาถึงแล้วนะ ก็กลับปัญหาการบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์ ก็ยังเดิมมือออกจากถุงมือไม่นานก็เจ็บนิ้วด้วยความเย็น ผมว่าตอนนั้นน่าจะอยู่ประมาณ -17 ถึง -19 แต่พอมีแสงอาทิตย์ก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง

เฮียวิศิษฎ์ เล่าว่าคนไทย มาแข่งแกะหิมะที่ฮาร์บินทุกปี และได้แชมป์ทุกปี ทั้งๆ ที่เมืองไทยไม่มีหิมะ คนไทยเก่งมาก แกบอกว่า จุ้ย เพี้ยว เลี่ยง ตอนนั้นผมเองก็ไม่รู้แปลว่าอะไร นึกว่าสถานที่จดช็อตโน้ตไว้ มาถาม Chat GPT ระหว่างเขียนก็ปลายเดือนมกราคม แล้ว แปลว่า: สวยที่สุด / ดีที่สุด / เจ๋งที่สุด เรื่องคนไทยได้แชมป์แกะสลักหิมะได้อ่านผ่านๆ มาเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะชนะทุกปีไปหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตมา เสร็จการชมเทศกาลหิมะ ก็ได้เวลาอาหารเที่ยง ทุกอย่างต้องตรงเวลา เพราะวันนี้ต้องเดินทางกลับปักกิ่ง ด้วยรถไฟความเร็วสูง

 

อาหารเที่ยงเราแวะมาที่ร้านหมิงเต่า ซีฟู้ด 名岛海鲜 Mingdao Seafood บรรรยากาศดีมาก” โต๊ะกลมแบ่งเป็นห้องๆ ส่วนตัวสไตล์จีน ผมเองไม่รู้ว่าอาหารสไตล์เมืองไหน เพราะจิ้มที่ภาพอย่างเดียวอะไรน่ากิน ให้เฮียวิศิษฎ์ช่วยสั่งให้ อย่างที่บอกไว้บทก่อนๆ อาหารเที่ยงไม่รวมอยู่ในทริปทัวร์ ผมเลี้ยงกินด้วยกันพร้อมไกด์ แต่มื้อนี้ เฮียวิศิษฎ์ ขอตัวผมนั่งกินในครอบครัว เอ๋ และพลอย รวมกับ ยศ ไกด์คนไทย เฮียวิศิษฎ์ เจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกัน 10 กว่าปี ก็เลยขอตัวไปร่วมโต๊ะกับเพื่อน เป็นเรื่องประหลาดใจมาก แผ่นดินจีนกว้างใหญ่ คุณวิศิษฎ์ ก็เป็นคนปักกิ่ง แต่มาเจอเพื่อนคนหนึ่งในฮาร์บิน แถมในร้านอาหารเล็กๆ ต้องเรียกว่าประจวบเหมาะกันอย่างยิ่ง เวลาและร้าน

เก็บบรรยากาศนอกร้านซักหน่อย ดูว่าเห็นอะไรกันบ้าง

ทานอาหารเสร็จ คณะเราเดินทางมาถึงสถานีรถไฟความเร็วสูง ที่จะออกเวลา 14.04 น.มาถึงก่อนเวลาชั่วโมงกว่าคราวนี้ไม่พลาดแน่ เรื่องเหล้าติดกระเป๋าเดินทางแล้วไปไม่ได้ เพราะจัดการเรียบร้อยเมื่อคืน บรรยากาศคืนส่งท้ายฮาร์บิน ระหว่างทางก็เก็บภาพท้องถนน อยากเห็นร้านค้าเล็กๆ ที่เราไม่ได้มีโอกาสได้ลงไปเดินดู

ภายในสถานีจะมีร้านค้าเล็กๆ แบบห้องแถวเรียงราย ทั้ง 2 ชั้น สินค้าที่ขายก็พวกอาหาร ของฝาก ของที่ระทึก เฮ้ย ไม่ใช่ของที่ระลึก เดินดูแต่ละร้านไม่ได้ซื้อของที่ระลึก เพราะระลึกเสมอตอนซื้อสวยทั้งนั้นพอถึงบ้านกลายเป็นขยะกองทิ้งไม่มีค่าเกะกะบ้าน

แต่เลือกซื้อบะหมี่สำเร็จรูป ติดมาด้วย 3 กล่องกลม 7 หยวน กับ 9 หยวน ยังไม่รู้ว่าอะไรถูกปาก แต่ที่แน่ๆ ผมมีพริกป่น น้ำปลาผง ผงกระเทียม รสดี ติดใส่กล่องเล็กๆ มา ใส่ให้คิดถึงอาหารไทย เพราะบนขบวนรถไฟมีที่เติมน้ำร้อน น้ำเย็น เห็นตอนขามา กะว่าถ้าหิวจะได้กินในขบวนรถที่ไหนได้ที่นั่ง ติดตู้เสบียงมีอาหารเวฟขายพวกข้าว เครื่องดื่ม ดันไม่หิวซะงั้น แต่ต้องลองคือเบียร์ เห็นขวดสวย เบียร์ “ชิงเต่า” (Tsingtao / 青岛啤酒)

ดื่มไปแล้วหอมดีเหมือนเบียร์คราฟในไทย ซัดไป 2 ขวดแก้เบื่อจะได้หลับ ไม่เหมือนตอนมา สรุปไม่หิวและไม่หลับ อะไรวะ บะหมี่สำเร็จรูปยังมาถึงเมืองไทยด้วยตอนนี้ยังไม่ได้กิน ขณะที่บทความขึ้นเว็บไซต์ไปแล้ว

บันทึกภาพข้างทาง และจอ LED ว่าอุณหภูมิ เริ่มสูงขึ้นตามระยะทางที่รถไฟแล่นเข้าปักกิ่ง

ถึงปักกิ่งค่ำๆ เหล้าที่ฝากเอาไว้ตอนไปไม่เอาคืน เพราะเดินไกลมาก ผมก็บอกทิ้งไว้นี่แหละ คณะเรามาร้านอาหารกว่างซิงโหลว / Guang Xing Lou ทางทัวร์เลี้ยง เฮียวิศิษฎ์ บอกเลี้ยงสั่งลาแบบจัดเต็มอาหารเต็มโต๊ะ ดูราคาน่าจะเยอะอยู่ เฮียวิศิษฏ์ต้องเข้าบริษัทของตัวเอง เช้าจะส่งไกด์คนใหม่มา ตลอดทางที่พาผมเที่ยวฮาร์บิน แกโทรศัพท์เข้าตลอดเพราะเป็นเจ้าของบริษัท บรรยากาศในร้าน เห็นขวด เหมาไถ ตั้งอยู่เยอะมากน่าจะเป็นขวดเปล่าวางโชว์ไว้ ในตู้กระจกเดาว่าเกือบร้อยขวด ผมถามเฮียวิศิษฏ์ อยากดื่มขวดนี้ผมซื้อเอง แกบอกว่าถ้าซื้อในร้านจะชาร์จเยอะ เดี๋ยวให้ลูกน้องไปซื้อให้ สรุป 1800 หยวนผมควักเงินจ่ายให้แก ราคาไม่ธรรมดาไม่เป็นไรอยู่แล้ว กินสั่งลากับแกพร้อม ยศ ไกด์คนไทย เสียดายแกไม่ดื่มเพราะกำลังรักษาเบาหวาน เลยงดไม่รู้จริงมั้ยหรือเกรงใจ ผมก็ต้องให้ ยศ ร่วมดื่มด้วยในกล่องจะมีจอกเล็กๆ ทรงสูงแบบแก้วไวน์ แถมมา 2 ใบ เล็กมากๆ ตั้งมีโอกาสล้มสูง แล้วก็ล้มเหล้าจริง หกกัน 2-3 รอบ แต่ก็ไม่ได้ใช้ของตัวเอง เพราะทางร้านมีให้ใช้

หลังจากดื่มกินเสร็จก็กลับเข้าที่พัก ซึ่งเป็นที่พัก โรงแรมเดิมที่เราพักวันแรกตอนมาถึงปักกิ่ง แต่เป็นคนละห้อง ห้องที่ผมพักรอบนี้มองเห็นสระว่ายน้ำในห้องกระจก น่าจะควบคุมอุณหภูมิไปด้วย เพราะอากาศตอนนั้นน่าจะ -2 แอบมองสาวว่ายน้ำไกลๆ ด้วยขอบอก

ช่วงดึกช่วยกันแพ็คกระเป๋ากับ เอ๋ และพลอย โดยเฉพาะเสื้อกันหนาว ที่ซื้อวันแรกในปักกิ่ง ตอนกลับเริ่มมีปัญหาใส่กระเป๋ากลับเมืองไทยตรงๆ ไม่ได้หนาอย่างกับผ้านวม ต้องใส่ถุงดูดอากาศ ที่เตรียมมาดูดแพ็คให้ผ้าแบนมากที่สุด จะได้ใส่กระเป๋าเดินทางโหลดลงเครื่องได้ ถึงปักกิ่งไม่ได้ใช้แล้วเสื้อกันหนาวที่เตรียมจากเมืองไทย และฮีทเทค อัลตร้า วอร์มก็เอาอยู่ แล้วก็ไม่อยากแพ็ควันสุดท้ายจะฉุกละหุก

ยังเหลือการท่องเที่ยวในปักกิ่งอีก 1 วัน พรุ่งนี้ ก่อนจะเดินทางกลับเมืองไทยในวันรุ่งขึ้น มีอะไรจะมาเล่าอีกนะ

เขียนท่องเที่ยว ด้วยมุมมองแปลกๆ นะเรา

สิ้นสุดการเดินทางหรือยังนะ ยังนะครับไปเที่ยวปักกิ่งต่อ สาวสวยหนุ่มหล่อเพียบ

บันทึกไว้ 2 มกราคม 2569

สาม สอเสือ