ช่วงเวลาที่อึดอัดจากปัญหาโควิด-19 ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจตามมา มากมายทั่วโลกแต่มีสิ่งหนึ่งคือการรับมือของผู้นำแต่ละประเทศ คงไม่กล่าวถึงประเทศอื่นๆ ขอแค่ในประเทศไทยก็พอ ไม่ต้องต่อล้อต่อเถียงเรื่องการเมือง เอาเป็นว่าเศรษฐกิจแย่มันเป็นผลกระทบวงกว้าง เรียกว่าได้รับผลกระทบทั่วไปมากบ้างน้อยมากแตกต่างกัน

สำนักงานบัญชี ถือว่าเป็นพื้นที่ตัวกลาง ระหว่างนิติบุคคล กับ ราชการ (สรรพากร) นำส่งภาษีแทนลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยส่วนใหญ่จะมีหน้าที่แบบนั้น ยกเว้นลูกค้าจะยื่นภาษีกันเอง แล้วนำส่งเอกสารมาให้สำนักงานบัญชี บันทึกบัญชีเพื่อรวบรวมออกงบการเงินปีละครั้ง

ปัญหาโควิด-19 รัฐมีการเลื่อนจ่ายภาษี ประกันสังคม เพื่อลดผลกระทบ แต่การค้าขายเริ่มมีปัญหา อันนี้เข้าใจได้

ภาษีไม่ใช่เงินของสำนักงานบัญชี และก็ไม่ใช่เงินจ่ายทางการค้า หรือมีเครดิตเทอม ไม่ใช่การวางบิลแล้วรอเป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน เรามีหน้าที่แจ้ง นำส่งภาษีแทนลูกค้าโดยทันทีไม่ชักช้า

ช่วงหลังนี้ผมว่าลูกค้าพอเริ่มมีปัญหา จะเข้าใจแนวคิดนี้ผิด เสมือนว่าบัญชีแจ้งภาษี เป็นการทวงนี้การค้า จะใช้วิธีดึงการโอนซึ่งไม่เกี่ยวกับบัญชี โอนล่าช้าจ่ายไม่ทันไม่ได้เป็นความผิดของบัญชี แต่เป็นความผิดทางกฎหมายของลูกค้าเอง จะเลือกไม่จ่ายภาษีก็ได้บัญชีก็ไม่เกี่ยวเช่นเดียวกัน ผู้บริหารองค์กรนั้นๆ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่ผู้เดียว

เหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่กี่เดือนมานี้ พวกเรารู้สึกอึดอัดเรื่องเงินภาษี ลูกค้าบางท่านไปตีความกันเองว่าเป็นเงินของสำนักงานบัญชี แจ้งแล้วดึงเวลาช้าได้ ซึ่งไม่เกี่ยวกับนักบัญชีเลย

เคยเกิดเหตุโอนวันสุดท้าย แอปธนาคารล่มไม่สามารถจ่ายภาษีได้ ต้องเอาเงินจากบัญชีอื่นจ่ายแทน นี่ยิ่งทำให้ผมอึดอัด

มีบางท่านบัญชีแจ้งแล้วโอนมาทันที เราก็โอนต่อให้สรรพากรโดยไม่ชักช้า ปัญหานี้จึงไม่เกิด

ผมว่าสำนักงานบัญชี ก็ทำงานกันแบบนี้แล้วยิ่งปัจจุบันเป็นระบบภาษีออนไลน์เกือบ 100% บัญชีจึงไม่มีเหตุผลในการเก็บเงินไว้ในบัญชีตัวเอง เพราะเป็นเงินภาษีของลูกค้า จ่ายเสร็จเขาก็ไปเริ่มทำงานเดือนใหม่

โปรดเข้าใจที่ต้องระบาบความอึดอัด

สาม สอเสือ