เที่ยวเมืองมังกร วันแรก
เป็นการเยือนปักกิ่ง ครั้งที่สอง ของผม ครั้งแรกนานมาก จำปีไม่ได้สมัยเป็นนักข่าวกีฬา ส่วนครอบครัวผมเป็นการเยือนครั้งแรก แต่ทั้งหมดก็มีความตื่นเต้นตามปกติการท่องเที่ยวต่างบ้านต่างเมือง
คณะของผม 3 คน เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เช้าตรู่เพื่อพบกับหัวหน้าไกด์คนไทยชื่อ ยศ เป็นคนนครศรีธรรมราช ที่จะเดินทางไปพร้อมกัน คณะผมรอเวลาเครื่องออก หรือเรียกขึ้นเครื่องจำไม่ได้ เวลาประมาณ 10.10 น. แต่เนื่องจากเราเดินทางด้วยสายการบินไทย ที่นั่งบิซิเนส ทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาในการรอเพราะมี เลานจ์การบินไทย ที่นั่งของกินเพียบ ได้ดื่มกิน พัก หลับ สะดวก การท่องเที่ยวรอบนี้เพื่อความสะดวก ผมบอกทางบริษัททัวร์ ต้องการไกด์คนไทยนำทางจากประเทศไทยไปด้วย ขี้เกียจคิดเองต้องทำยังไงเวลาถึงประเทศจีน เพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยว เอกสารท่องเที่ยวระบุปกติเครื่องแต่งกาย อะไรพกได้ไม่ได้ซึ่งรู้กันอยู่แล้ว แต่เอ๋ แฟนผมไลน์คุยกับเจ้าหน้าที่บริษัททัวร์ในไทยชื่อ พราว ว่าไปถึงจีน จะมีไกด์กิตติมศักดิ์ พาเที่ยวผมก็งงอะไรคือไกด์กิตติมศักดิ์ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมงกว่าไม่เป๊ะ มาถึงปักกิ่งตามเวลาที่แจ้งไว้ เวลาท้องถิ่น 15:30 น.
ผมเคยมาปักกิ่งแล้วครั้งหนึ่งนานมาก เหมือนที่เล่าไปก่อนหน้า มาอยู่คนเดียว 6 วัน ทำข่าวสนุ้กเกอร์ชิงแชมป์เอเชีย สื่ออื่นมาเฉพาะช่อง 7 แต่ต้องกลับก่อน เพราะมีปัญหาไม่สามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหว ในสนามแข่งได้ มีเรื่องบางอย่างไม่เล่าให้ฟังในยุคเงินใต้โต๊ะบานเป็นดอกเห็ด บอกตามตรงยุคนั้นก็ไม่ได้ว้าว ประเทศจีนกำลังมีการเปลี่ยนแปลงเคลื่อนตัว ให้ทันสมัยเหมือนในยุคนี้ ตอนนั้นได้ไปเที่ยววันว่างจากการแข่งขัน กำแพงเมืองจีน พระราชวังต้องห้าม ยุคกล้องฟิล์ม ส่วนผมอาศัยไปกับกรรมการมาเลเซีย ซึ่งเขาพูดได้ทั้งอังกฤษ และจีนกลาง ถ้าเขาไม่ได้เดินทางด้วยก็ใช้ภาษามือ กับ นามบัตร หรือโบชัวร์ ตามสถานที่ต่างๆ เวลาจะไปไหนพูดคุยกับแท็กซี่ด้วยภาษาอังกฤษเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง จะยื่นนามบัตร หรือโบชัวร์สถานที่ ที่จะไป เพราะผมต้องไปสนามบินทุกวันเพื่อส่งฟิล์มกลับเมืองไทย ทุกวันเพื่อจะได้ภาพข่าวสดใหม่ ส่วนข่าวจะเป็นการส่งแฟกซ์เข้าเมืองไทย โบราณมากในยุคนี้
ไกด์กิตติมศักดิ์ ก็มาต้อนรับพร้อมกับรถตู้ 1 คัน ได้พบหน้าก็เลยได้มีการไถ่ถามเป็นชาวจีนพูดไทยได้ ชื่อไทย วิศิษฎ์ ชื่อจีนไม่ได้ถาม เป็นเจ้าของบริษัททัวร์ที่จีน และกิจการอีกหลายอย่าง สาเหตุที่ต้องมาเองเพราะไกด์ที่บริษัทหมด หน้าฤดูท่องเที่่ยวเลยต้องออกมาเอง ด้วยอายุใกล้เคียงกันผมเลยมองเป็นเพื่อนมากว่าเป็นไกด์นำเที่ยว ถามไถ่ว่าเป็นยังไงมายังไง คุณวิศิษฎ์ เป็นไกด์มานานแล้วเปิดบริษัทในจีน แล้วหลายสิบปีที่แล้วต้องการหาพาร์ทเนอร์ในประเทศไทย ก็เลยเดินทางมาให้ประเทศไทย ติดต่อตามบริษัทต่างๆ มาเจอบริษัท ลีลาวดี ฮอลิเดย์ เลยเป็นพาร์ทเนอร์กันยาวนานมาก
โดยส่วนใหญ่บริษัทนี้จะจัดทัวร์คณะเล็กๆ จะเรียกพรีเมียมก็ได้ ไม่ได้จัดทัวร์กรุ๊ปใหญ่นักท่องเที่ยวเยอะ ตามที่ได้พูดคุย พอผมมองเป็นเพื่อนผมจะชวนดื่มอยู่เรื่อย คุณวิศิษฎ์ ขอตัวเพราะเป็นโรคเบาหวาน ผมก็โอเคไม่ดื่มก็คุยกัน
มื้อแรกพวกเราแวะทานอาหารเย็น ที่ร้านจูเต๋อลู่ Ju De Lou Fan Zhuang เป็นร้านอาหารปักกิ่งเก่าแก่ แต่เขาให้ผมทานกัน 3 คนกินยังไงหมดเยอะขนาดนั้น ผมบอกกับคณะไกด์ไทย และจีน มื้อนี้มื้อเดียวนะที่ผมจะกินกัน 3 คนมื้ออื่นต้องกินกับผม เช้ากินโรงแรม ไม่มีปัญหา กลางวันผมเลี้ยงเองเพราะไม่ได้รวมกับทริปทัวร์ ตอนเย็นรวมกับราคาในทัวร์ผมบอกถ้าไม่พอตามบัดเจ็ท งบประมาณ ที่ทัวร์วางไว้ผมออกเพิ่มแต่ต้องกินด้วยกันรวมเป็น 5 คน มันถึงจะสนุก ทุกคนรับปากมื้อต่อไปโอเคไม่งั้นผมโกรธ



ทานอาหารเสร็จผมบอก ทั้งไกด์ยศ และ คุณวิศิษฎ์ พาผมไปซื้อเสื้อกันหนาวด้วย เพราะที่เตรียมมาจากเมืองไทย ทั้งๆ ที่โฆษณาว่ากันหนาวได้ถึง -5 ถึง -20 เอาไม่อยู่ ขนาดปักกิ่ง อากาศตอนนั้นน่าจะ -2 ทั้งเสื้อกันหนาว และฮีทเทค อัลตร้าวอร์ม ยังหนาวเลย ขืนไป ฮาร์บิน สภาพนี้คงไม่ได้เที่ยวอยู่แต่ในโรงแรม สิ่งที่ผมเตรียมมามีหมวกปิดหูกันความเย็น ถุงมือหนังกันความเย็น ถุงเท้าอัลตร้าวอร์ม และถุงทรายร้อน ทั้งมือ เท้า และลำตัว แต่เสื้อกันหนาวผมไม่เชื่อ ไกด์พาผมไปย่านช้อปปิ้งใหญ่ซ่านลี่ถุน (Sanlitun)

เขาบอกคล้ายกับย่านสยามสแควร์ ถนนแฟชั่น ผมก็บอกตรงๆ ว่าผมต้องการแบรนด์จีน แบบพรีเมี่ยม ดูแล้วน่าจะมั่นใจมากกว่าเพราะเป็นแบรนด์ท้องถิ่น ไกด์พาเข้าไปร้านแบรนด์จีน เขาบอกเสื้อผ้านี้ดีมาก ถ้าหน้าร้อนจะเป็นเสื้อกันฝน ไปดูในที่ช้อปแขวนไว้ ช้อปหรูๆ เสื้อกันหนาวอย่างหนา มีฮู้ด ผมมองด้วยตา ยกแล้วน้ำหนักพอสมควรทำจาก ขนห่าน ตอนนั้นผมไม่ดูด้วยราคาเท่าไหร่ ซื้อมา 3 ตัว 3 คนในครอบครัวคนละแบบแต่อยู่ในไม้แขวนใกล้กัน มาดูราคาที่หลัง ตกตัวละ 3400-3900 หยวน ราคาสูงเอาเรื่องลองคูณ 4.5 บาท อย่างน้อยต้องเที่ยวให้สนุกไม่ต้องมาป่วยจากความเย็น


กลับเข้าที่พัก Crowne Plaza Beijng Lido Hotel ดูเหมือนนอกเมืองเพราะไม่มีคนพลุกพล่าน แต่เห็นมีร้านตึกแถวเรียงราย ดูแล้วน่าจะมีร้านขายเหล้าแน่แบบร้านสะดวกซื้อ บอกไกด์วิศิษฎ์ เฮีย พาผมไปซื้อเหล้าทีเลือกให้ด้วย ผมไม่รู้แบบไหนเป็นแบบไหน เพราะดูแล้วเฮียแกน่าจะเคยดื่มแน่นอน แต่ขอแบบพรีเมี่ยมหน่อย แกบอกว่าคนจีน จะกินเหล้าขาว ในความทรงจำไม่เหมือนเหล้าขาวไทยแน่นอน เคยเข้าไปศึกษานานแล้ว เกี่ยวกับเหล้าขาวหรือในกฎหมายไทยใช้คำว่า สุราขาว วัตถุดิบหมักจะไม่เหมือนกัน ในต่างประเทศเยอะแยะ สุราขาว ผลิตจากวัตถุดิบคนละแบบ อย่างเหล้าขาวไทย ผลิตจากข้าว ถ้าจำไม่ผิด สุราขาวสังเวียน ของดีของสุพรรณบุรี ผลิตจากน้ำตาล


ได้มาขวดสวยเป็นเซรามิค ทรงน้ำเต้าที่สีเหลืองมีลวดลายแบบสวยงาม ตกประมาณ3-4 ร้อยหยวนผมจำไม่ได้ อยู่ในกล่องแพ็คดีเกิน สารภาพ ผมเปิดไม่เป็นไม่รู้แกะกล่องยังไงแน่นเกิน ใช้เวลาอยู่นานมาก สรุปผมใช้ ด้ามช้อนกาแฟทิ่มให้ขาด แล้วเอาออก ผมมาเช็คทาง Chat GPT ชื่อว่า เหล้า หนิว หลาน ซาน เอ้อร์ กัว โถว
ตกดึกไม่ไหววันแรกดื่มไปไม่เยอะอากาศปักกิ่งก็เย็นแบบเลขตัวเดียวน่าจะประมาณ -2 องศาดื่ม แค่กดให้หลับพักผ่อนให้เร็วที่สุด ก็สำเร็จอาบน้ำดื่มด่ำบรรยากาศเย็นจัดประสบการณ์ครั้งแรกหลับยาว สวัสดี
บันทึกไว้ 30 ธันวาคม 2568
สามสอเสือ
