บันทึกการเดินทางของคนไม่พร้อมวางปากกา จากฮาร์บินถึงปักกิ่ง

ท่องเที่ยวปักกิ่งจริงจังวันแรก หลังจากกลับจากฮาร์บิน วันนี้คณะเราออกสายหน่อย เพราะเป็นช่วงปลายของการท่องเที่ยว ออกเดินทางประมาณ 10.00 ไกด์ที่มาแทน เฮียวิศิษฎ์ ชื่อ ปิง เป็นลูกน้องเป็นคนเซี่ยงไฮ้ กำหนดการเข้ายูนิเวอร์แซล ตัวผมเองแค่อยากเข้าไปดูบรรยากาศ ส่วนเครื่องเล่นเฉยๆ บอกไกด์พาเข้าแป๊บเดียว ผมสนใจเดินตลาดมากกว่า แต่ก็แพ้สายตาคณะ อยากเที่ยวในนี้ เล่นเครื่องเล่นด้วย

เอาก็เอา ยังไงก็ได้ ปิง ไม่ได้เข้าไปด้วย มีแต่ยศ เข้าไปซื้อเครื่องเล่น 3 ชิ้น 2 คน เพราะคนอื่นไม่เล่น ยังไงผมกับพลอยก็ต้องเล่นด้วยกัน ด้วยความเป็นภาษาจีนทั้งหมด ซื้อเครื่องเล่นกันแบบงงๆ สรุปตรงปกแต่ไม่ใช่ เครื่องเล่นที่อยากได้ ไม่ถึงกับเสียอรรถรสเพียงแต่เสียความตั้งใจเท่านั้น ใจหนึ่งอยากเล่นเครื่องเล่น แบบโหดสุดๆ แบบ Decepticoaster (โซน Transformers) ซึ่งเป็นรถไฟเหาะตีลังกา และดิ่งลงอย่างรวดเร็ว แต่ไปเจอเครื่องเล่นมุ้งมิ้งเสียวนิดหน่อย ไม่กระแทกกระทั้นพอขำๆ

เสร็จจากการเล่นเครื่องเล่น ไม่บอกเล่นอะไรบ้าง ใครไปเยือนไปเลือกกันเอง คณะเราเดินเข้าร้านป๊อบมาร์ทของยูนิเวอร์แซล แค่เข้าไปเดินดู ในใจไม่ได้อยากจะซื้อ พลอย ซื้อตุ๊กตากล่องสุ่มมา 1 ชิ้น บอกว่าเป็นตุ๊กตา 12 ราศี ตอนนั้นตาลุกวาวอยากได้ตุ๊กตาปีเกิด เดินกลับเข้าไปอีกรอบเป็นกล่องชุดใหญ่ ในใจคิดซื้อไม่ซื้อดี สำหรับกล่องเล็ก 99 หยวน ถ้ากล่องใหญ่ต้องคูณ 12 ราคาน่าจะ 5 พันกว่าบาท ตัดสินใจไม่เอาดีกว่าเยอะไป แพงไป พลอย ลองแกะกล่องเปิดซองผนึกแล้วบอกว่า ถ้าเป็นราศีใครคนนั้นเอาไป ตื่นเต้นมากสรุปเจอราศีกระต่ายของผม เฮ้ยเป๊ะเลย เลยควักขอซื้อต่อให้ พลอย  100 หยวน ทริป 1 หยวน ได้ตุ๊กตามินนี่ชุดกระต่าย

ในยูนิเวอร์แซล มีร้านขายของที่ระลึกหลายอย่าง ตามที่มี การ์ตูน และภาพยนตร์ ที่ออกฉายทั่วโลก ที่ฮิตมากๆ คือ ไม้กายสิทธิ์พ่อมดในเรื่อง แฮรี่ พอตเตอร์ ขายดีมากนักท่องเที่ยวเดินถือเยอะ ไม่เท่านั้นวัยรุ่นจีนแต่งชุดจัดเต็มถ่ายภาพ พ่อมดแม่มด พอตเตอร์ เฮอร์ไมโอนี่ ส่วนอีกคนในเรื่องรอน วีสลีย์ อันนี้แยกไม่ออกระหว่าง พอตเตอร์ เสื้อชุดก็เหมือนกัน น่ารักดี

อาหารเที่ยงทานอาหารกันในยูนิเวอร์แซล กินกันง่ายๆ เป็นลานขายอาหารในอาคารมีอาหารขายหลายแนวกินเร็วๆ เหมือนตามสถานที่ท่องเที่ยวปกติ

ว่าจะอยู่แป๊บเดียวอยู่จนเย็น รถขบวนตัวแสดงในภาพยนตร์ของยูนิเวอร์แซล ขบวนใหญ่หลายตัวแสดงในแต่ละคัน เก็บภาพเคลื่อนไหวไว้ว่ามาแล้วนะ เสร็จสรรพก็เดินออก

จุดประสงค์ผมยังคงเดินตลาด ไกด์ปิง พาพวกเรามาตลาดเฉียนหมิง แปลตรงตัวตลาดประตูหน้าวัง ฟ้าเริ่มมืดไม่ได้ดูอุณหภูมิ แต่ยังเย็นมากใส่ฮูทบ้างถอดบ้าง นักท่องเที่ยวชาวจีนเกือบทั้งนั้น ถนนสวยผู้คนเดินกันเต็มถนน ร้านค้าข้างทางสดใส เคยถามเฮียวิศิษฏ์หลายวันก่อน ผมเคยมาเดินตลาดสดเมื่อ 30 ปีที่แล้วสมัยมาทำข่าวสนุกเกอร์ชิงแชมป์เอเชีย ถ้าจำไม่ผิดน่าจะแถวเทียนอันเหมิน เฮียวิศิษฎ์ บอกว่าเขารื้อไปแล้ว น่าจะเป็นตลาดเดียวกัน ไนท์มาร์เก็ต ที่จะพาไปเดิน ขายของที่ระลึก

อาหารเย็นแวะร้าน 旧乙味 (Jiù Yǐ Wèi) ชื่ออังกฤษที่ใช้คือ POETRY · WINE · SOLO ผมไม่ได้เก่งขนาดนั้น เอาภาพวีดีโอจากกล้อง GoPro ให้ Chat GPT ดูเฉลยว่าชื่อร้านอะไร เขียนเหมือนเก่งเนอะ จีน ไทย อังกฤษ ไม่รู้อะไรเลย ร้านอยู่ภายในตลาดไนท์มาร์เก็ต ร้านจัดสวยงามไม่ใหญ่โต อาหารเป็นมิตรมากสำหรับคนไทยสายกินเผ็ด ช่วงแรกเขาเสริฟพริกทอดมานิดหน่อย ผม กับ ไกด์ยศ แบ่งกันกินแป๊บเดียวหมด เลยขอเพิ่มเอาเยอะๆ ผ่านไกด์ปิงช่วยสั่งให้ กินของมันๆ สไตล์จีน พริกเป็นตัวช่วยดีที่สุดผมว่านะลิ้นใครลิ้นมันไม่ตัดสิน

ภาพถวายบังคมมั้ย ฮองเฮา

ตัดภาพกลับมาพักโรงแรม  เพราะเป็นวันที่ 3 มกราคม รอบนี้จะบันทึกควบวัน และคืนวันนี้ต้องจัดการกลับเหมาไถ ให้หมดไม่ถือกลับไทย เป็นที่ระลึกอะไรทั้งสิ้นก็แค่ขวด ไม่ได้โชว์ใคร เหมือนบางบ้านที่เคยเห็น สไตล์ผมเหล้าหมด ขวดก็ทิ้งก็เท่านั้น จะมานั่งมองขวดเปล่าทำไม ไม่เมา ไม่ฟิน ฮา

เช้า วันที่ 4 มกราคม กำหนดการเดินทางกลับเมืองไทย ตามโปรแกรมจะ ไปเที่ยวพระราชวังต้องห้าม แต่ขอไม่เข้าด้านใน เนื่องจากทางเดินเข้า จะหันหลังกลับออกไม่ได้ ต้องเดินไปออกอีกทางใช้เวลามาก ไม่เหมาะจะเข้าเวลาไม่พอ อีกทั้งผมเคยเข้าไปแล้วเดินนานมากในยุคนั้น ใครชอบของเก่าแก่เล่าเรื่องราชวังจีน ก็เข้ากันไปส่วนคณเะผมไม่อยากเข้าเสียเวลาเยอะ

รถตู้มาส่งใกล้ๆ แต่ยังอยู่บนถนนชอบเลยดูเมือง อาศัยเดินไปอีกพักใหญ่ ได้เห็นบรรยากาศแท้ๆ ขอบทาง บันทึกภาพข้างทางไว้เยอะ ไม่ได้ใส่เข้ามาเดี๋ยวเป็นภาระสายตาผู้อ่าน ตลอดทางเดิน ร้านค้าและบ้านตามซอย เดินเข้าซอยใหญ่ซึ่งเป็นทางเข้าพระราชวัง ตอนนี้แหล่ะยิ่งสนุก สาวสวย หนุ่มหล่อ นักท่องเที่ยวชาวจีนแต่งตัวตามแบบจีนโบราณในวัง น่าจะเป็นชุดฮ่องเต้ และชุดฮองเฮา ไม่รู้มีใครแต่งชุด ไทเฮา มั้ยผมว่าไม่น่ามีเพราะจะอัพตัวเองเป็นแม่ จะไม่ไหวสาวสวยๆ ทั้งนั้น ฮา

นักท่องเที่ยวเต็มถนนตลอดทางเดิน หนุ่มสาวจีนจัดเต็มจริงๆ ผมถาม ไกด์ปิง ค่าเช่าชุดประมาณเท่าไหร่ เพราะเดินผ่านมาหลายร้าน ได้รับคำตอบน่าจะอยู่วันละ 300 หยวนบวกๆ แล้วแต่ชุดตกแต่งมากน้อยแค่ไหน

ตลอดทางดูบรรยากาศรอบข้างก็สนุกแล้ว เดินชิดริมน้ำเหมือนคลองใกล้ๆ ผิวน้ำเป็นน้ำแข็ง มันจะอุณหภูมิ เท่าไหร่ไม่รู้แต่ยังทนอากาศไหว ไม่เย็นจัด จนเจ็บมือ ถุงมือไม่ได้ใส่เก็บเข้ากระเป๋าเดินทางไว้แล้ว เก็บภาพไปถึงหน้าราชวังต้องห้าม ส่วนจตุรัสเทียน อัน เหมิน ไม่ได้เดินไปปัจจุบันระเบียบเข้มมาก ไกด์บอก ผมเองก็ไม่ได้อยากดู ดูรอบวังเสร็จก็เดินย้อนกลับไปบนถนนทางเดิม คราวนี้ผมสังเกตุเอง ป้ายทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลที่วิ่งอยู่ ป้ายทะเบียนมี 2 สี เลยถามปิง หมายความว่ายังไง ป้ายเขียว รถ EV ป้ายน้ำเงิน รถน้ำมัน หลังจากปี 2026 รัฐที่เคยอุดหนุนรถ EV ยกเว้นภาษีสรรพสามิต 10% จะเริ่มเก็บเหมือนรถน้ำมัน เอามาบอกเกร็ดความรู้วันเวลา

เสร็จจากจุดท่องเที่ยวแหล่งสุดท้าย ไปทานอาหารมื้ออำลาปักกิ่ง ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย เครื่องจะออกจากสนามบินปักกิ่ง เวลา 17.05 น. ไกด์ปิง จองร้านไว้ TIDU (提督) ในปักกิ่ง เป็นร้านอาหารจีนแนวโมเดิร์น เขาว่ามีชื่อเสียง อยู่ในโซน Beijing Fun (北京坊) ใกล้ถนนคนเดิน Qianmen / Dashilar แถบเมืองเก่าปักกิ่ง ใกล้เทียนอันเหมิน เอารูปมาถาม Chat GPT เหมือนเดิม ฮา

มื้อนี้จัดเต็ม บอกไกด์ปิง ให้ช่วยสั่งด้วยอะไรอร่อย เขาก็ชี้รูปก็เอาๆๆๆ ได้มาเต็มโต๊ะ อร่อยจริงอาหารหลายอย่าง เป็ดย่างปักกิ่ง หูหมูชอบมาก กินไม่ให้หูตึง (ล้อเล่น)

กินเสร็จได้เวลาเดินทางไปสนามบินก่อนเวลาเยอะ เพราะห่วงเรื่องการใช้เวลาของ ตม.จีน และโหลดของ เพราะสั่งซื้อขนมจาก ปิง สั่งทางออนไลน์มั้งเยอะมากเกือบ 4-5 ลังใหญ่ ไม่ได้เดินทางไปซื้อดูผ่านโทรศัพท์ ฝีมือ เอ๋ สั่ง เป็นของฝากเมืองไทย

ผ่าน ตม.ไปแล้วต้องรออีกนานมาก ความกว้างใหญ่ของสนามบินปักกิ่ง ทีแรกกะไปนั่งพักเลาท์สายการบินไทย แต่”gate”(เกท) กับ เลานจ์ ห่างกันมากคนละทาง ผมเสนอว่าตอนเดินไปไม่มีปัญหานะ ตอนเดินกลับนี่ซิจะเป็นภาระถ้าไม่กะเวลาให้ดี นั่งกันหน้าเกท ใครจะกินใครจะซื้อ อยากได้อะไรก็ซื้อ ร้านค้าแถวนั้น เอ๋ ซื้อตะเกียบจีน มา 2 อันสวยๆ อยู่ในกล่องเพราะรู้ว่าถึงบ้านใช้งานได้แน่ ไปญี่ปุ่น ยังซื้อทุกรอบ ใช้กินอาหารทุกอัน ผมไปเดินบ้างได้มา 5 คู่อยู่ในกล่องเดียวกัน เปิดดูสวยเป็นไม้เคลือบดำ ปลายด้ามที่เราจับเป็นโลหะหุ้มสีทอง ไม่รู้เขียนว่าอะไร แต่สวยมากๆ ถูกใจ

พอๆ เลิกเขียนเลิกบันทึกได้แล้ว ขึ้นเครื่องกลับบ้านคิดถึงแมว ปลาย่าง ปลาส้ม

ลาก่อน ฮาร์บิน ปักกิ่ง สวัสดีเมืองมังกรแล้วพบกันใหม่ จากความซนคนชอบเขียน

อ่านถึงบทสุดท้ายบันทึกการเดินทาง บางท่านมาอ่าน กลางเรื่องอาจจะงงมายังไง ไปเริ่มกันใหม่ได้ครับ

บันทึกไว้ 3-4 มกราคม 2569

สาม สอเสือ