อาหารถิ่น ไหว้พระ ขาปูหิมะ

เหตุการณ์น่าจะต่อเนื่องกลางดึกวันที่ 26 ตุลาคม 2569 สายการบินการบินไทย ดีเลย์ ไม่แน่ใจว่าสภาพอากาศทำให้เครื่องมาช้าเกือบ 2 ชั่วโมง กว่าจะได้ขึ้นเครื่องปาเข้าตีหนึ่ง เครื่องขึ้นเกือบตีสอง ทำให้เป็นการเดินทางทรหดมาก เพราะกำหนดการถึง สนามบินนาริตะ โตเกียว ล่าช้าไปเกือบ 2 ชั่วโมงพักผ่อนไม่พอทั้งคณะ พวกเราเดินทางทั้งหมด 12 ชีวิต จืด (ผู้บันทึกการเดินทาง) เอ๋ โก้ พลอย เพชร เมจิ ฝน แพม เปรี้ยว ปุ้ย ฟริ้งค์ และ ไวน์ โดยมี ไกด์บิ๊ก เป็นหัวหน้าทัวร์รอบนี้ เดินทางมากับคณะเราด้วย คณะผมจะไปสมทบกับ หนูแดง แอร์โฮสเตส สายการบินเอมิเรตส์ (Emirates) พรรคพวกรู้จักกันมานาน อยากเดินทางท่องเที่ยวร่วมคณะ หนูแดง เดินทางจาก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดูไบ มาก่อนให้พบกับ ไกด์โกะ ที่ประจำอยู่ญี่ปุ่น คอยติดต่อพบปะกัน ก่อนที่คณะของเราจะไปถึง รวมทั้งหมด 13 ชีวิต รวมไกด์ 15 คนเกือบเต็มรถมินิบัส ไม่รวมคนขับชาวญี่ปุ่นนิสัยดี

การเดินทางครั้งนี้เนื่องจากเสียเวลาจากการเดินทาง ทำให้การนอนผิดพลาดการนอนบนเครื่องคุณภาพการนอนก็ไม่เหมือนนอนที่บ้าน  วันแรกจึงเพลียมากแต่ก็ต้องเที่ยวตามโปรแกรมถึงแม้ว่าจะเป็นไพรเวททัวร์ ตามโปรแกรมที่จัดไว้ ถึงสนามบินนาริตะ เวลาประมาณ 10.48 น.ล่าช้าพอสมควร

หลังจากทักทาย ทีมงานให้รู้จัก ไกด์โกะ ซึ่งผมคุ้นมาจากทริปที่แล้ว อายุใกล้เคียงกันทั้งคณะ ส่วนผมผู้สูงวัยมากที่สุด แต่ก็ต้องพยายามตามให้ทัน สาวๆ หนุ่มๆ ฮา

มื้อแรกของวันต้องมาถึง ในดินแดงอาทิตย์อุทัย คณะเราเดินทางมาถึงตามที่ทัวร์จองไว้ ในเมืองชิวาซากิ จังหวัดคานางาวะ ชื่อร้านคัตโตบิ ตามที่ค้นได้ถ้าผิดขออภัย อาหารเด่นที่นี่คือ ปลาอาจิทอด และซาเซมิอาจิ คนไทยเรียกปลาทูญี่ปุ่น แต่เป็นปลาคนละสายพันธุ์ เพียงแต่หน้าตารูปทรงคล้ายกัน คณะผมไม่ค่อยเรื่องมาก กินได้หมด อะไรแปลกๆ ยกเว้นบางท่านไม่ทานปลาจะเสียโอกาส ส่วนผมเล็งเบียร์แต่ก็ยังไม่อยากดื่ม เพราะการเดินทางคณะใหญ่ไม่สะดวก เรื่องห้องน้ำห้องท่า ชั่วโมงนั้นอร่อยมั้ยแค่แปลกลิ้น แต่รสชาติอาหารว่ากันไม่ได้ ลิ้นใครลิ้นมัน

รับประทานอาหารเสร็จอย่างสนุกสนาน คณะเราเดินทางไปวัดโคโตคุอิน สัมผัสกับพระใหญ่แห่งเมืองคามาคุระ มีการเปลี่ยนเพราะตามโปรแกรมต้องไปวัดก่อนแล้วค่อยทานอาหาร เปลี่ยนคิวได้ ไพรเวททัวร์ ตารางเที่ยวจึงปรับเปลี่ยนสะดวก

ถนนสายนั้นมุ่งหน้าไปวัดเลียบชายฝั่งทะเล คานางาวะ เรียบง่ายงดงามเป็นเมืองเล็กๆ ที่ผมชอบเป็นการส่วนตัว มีทางรถไฟเลียบไปกับถนน นักท่องเที่ยวรอถ่ายภาพรถไฟเยอะ ในสมองผมดันไปคิดตลาดร่มหุบ สมุทรสงคราม บ้า!!  รถไฟขบวนสายนี้ ในอดีตเป็นรถไฟขบวนสีเขียวทรงโบราณ ได้มีการเปลี่ยนขบวนรถไฟไปแล้วให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ตามที่ไกด์แจ้ง แต่ก็ยังเก็บสภาพคลาสสิครางรถไฟไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพ คู่กับทะเล

ยอมรับเลยเมื่อเดินทางไปถึงวัดโคโตคุอิน สัมผัสกับพระใหญ่ไดบุทสึ (เคยเห็นแต่ภาพโฆษณาท่องเที่ยวญี่ปุ่น) ภาพไกลผมมองเป็นภาพวาดพระจน งง ไม่ใช่ผมเป็นคนเดียว พลอย ก็เดินมาบอกเหมือนภาพวาด จนระแวง ต้องเข้าไปค้นข้อมูลในอินเตอร์เน็ต พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ผมไม่ค่อยแปลกใจกับความใหญ่โต แต่แปลกใจทำไมผมจึงมองภาพออกมาแบบนั้น หรือเป็นเพราะพื้นหลังเป็นเขา มีหญ้า ต้นไม้ เขียวปกคลุมแสงพอดี ช่วงเวลา 15.00 น. ทำให้มองเป็นภาพวาดมากกว่าองค์จริง จนต้องเดินไปใกล้ได้สัมผัสสีสันองค์พระสวยงามจริง คลาสสิคมาก ความเขียวอมขาวขององค์พระตามกาลเวลา สามารถสร้างสิ่งที่ผมมองเห็นเปลี่ยนไปจนตระลึงเหมือนภาพลวงตา ยอมรับเลยเพราะเจอแต่พระสีทอง แต่นี่สีเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ทำให้องค์พระงดงามมากกว่าเดิม ตามความเห็นผม

หลังจากเสร็จภาระกิจไหว้พระ ตามศรัทธาชาวพุทธ คณะเดินทางเข้าโรงแรม ก่อนจะออกจากวัด ไอศครีมมัทฉะหน้าวัดต้องมาเป็นการต้อนรับเมืองญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ มัทฉะ ทั้งเมืองแต่ไม่ใช่แนวผม ผมแนวกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล

เดินทางมาถึงโรงแรมที่พัก ประมาณ 17.55 น. โรงแรมยูคาริ โนะ โมริ คาวากุจิโกะ (Hotel Yukari No Mori Kawaguchiko) ตั้งอยู่เมืองฟูจิคาวากุจิโกะ จังหวัดยามานาชิ มีออนเซ็นแต่ผมไม่กล้าเข้าเพราะต้องแก้ผ้าอาย ฮา

2 ปีที่แล้วไปตะเวณแถวคิวชู เรียกว่ามีเกือบทุกโรงแรมที่ไปพักแบบเรียวกัง ก็ไม่กล้าเข้าออนเซ็น อาย เหตุผลเดียว

โรงแรมเห็นภูเขาไฟฟูจิ ตอนนั้นยอมรับไม่ได้สนใจฟังหรือเป็นเพราะฟ้ามืด อากาศเย็น และเพลียมาก ชั่วโมงนี้ต้องกินดื่ม และนอน ก่อนแวะเข้าโรงแรมให้ไกด์พาไปร้านสะดวกซื้อ แฟมิลี่มาร์ค ชั่วโมงนี้ต้องเบียร์เพราะใกล้โรงแรมมาก ห้องน้ำไม่เป็นปัญหา ต้องการกินดื่ม กิน และหลับให้เร็วที่สุด สะกดด้วยแอลกอฮอร์ ไม่กินยานอนหลับ ไม่ได้ดีต่อสุขภาพนักหรอกตามที่คนส่วนใหญ่เตือน รู้แต่ก็ไม่นำพา คิดในฐานะคนนอนหลับยาก

ถึงโรงแรมนัดทานอาหารเย็นจะได้พักผ่อน ตามที่คณะทัวร์จัดไว้ในทริป ผมก็เหน็บเบียร์กับ โก้ ดื่มไปคนละ 2 กระป๋องใหญ่ กระป๋องที่ 2 ถือเข้าห้องอาหารเย็นของโรงแรม พนักงานไม่ให้เข้าตอนนั้นก็ไม่เข้าใจ เพราะภาษาผมน่าจะอยู่ท้ายตาราง แต่พอจับความได้ว่าโรงแรมห้ามนำเครื่องดื่มจากภายนอกเข้าห้องอาหาร ดื่มเสร็จหน้าห้องจัดการสั่งเบียร์สด มา 3 แก้วประเดิม ผม โก้ บิ๊ก จำไม่ได้ว่าดื่มไปเยอะมั้ย เพราะลงบิลห้องตอนเช็คเอ้าท์ค่อยจ่าย

อาหารเด่นเย็นนี้ ปูซูไวหรือปูหิมะ (Snow Crab) จัดมามีแต่ขามาเต็ม ผมอาศัยจิ้มกับ น้ำพริกนรกปลาย่าง ที่ตำมาเองจากเมืองไทย ฝีมือพอไหวเผ็ดพอดูขอบอก จบวันก็นอนห้องใครห้องมัน นัดกันว่าพรุ่งนี้ 5.30 น.เช้าเจอกัน ผม โก้ บิ๊ก โกะ จะเดินวิ่งชมเมือง แล้วแต่ไกด์จัดให้

บันทึกไว้วันที่ 27 ตุลาคม 2569

สาม สอเสือ