ซากะ ตลาดปลา กระเบื้องเคลือบ

เป็นการท่องเที่ยวเริ่มต้น วันที่ 27 ธันวาคม 2565

ออกตัวก่อนทีแรกไม่ได้คิดจะเขียน เพราะไม่ได้จดบันทึกอะไรไว้ทั้งสิ้น มีแต่ภาพถ่ายเป็นการเที่ยวญี่ปุ่นทริปแรก แบบไพรเวททัวร์ พอเริ่มไปดูภาพในโทรศัพท์ ที่โหลดลงเอ็กเทอร์นอล ฮาร์ดดิส ไว้แล้วแต่ในโทรศัพท์ไม่ได้ลบออก ไปดูรายละเอียดทริปล่าสุด เฮ้ย มีบอกภาพถ่ายเมื่อไหร่ที่ไหน เมืองไหน ความรู้สึกยังอยู่เพราะคือครั้งแรก เลยตัดสินใจจะกลับมาเขียนใหม่ จากภาพเก่าเกือบ 3 ปีที่แล้ว เอาความรู้สึกตอนนั้นมาใส่ ยังจำเพราะเหมือนรักแรกพบ อย่างไงอย่างนั้น

เช้าวันที่ 27 ธันวาคม 2565 คณะเรา 3 ชีวิต จืด เอ๋ พลอย คือ ผม ภรรยา และหลาน เดินทางถึงสนามบินฟุกุโอกะ ตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นเกาะทางใต้ของญี่ปุ่น ก็เลยไม่ได้เตรียมเครื่องกันหนาวไปมากนัก เพราะอากาศตอนกลางคืน ก็น่าจะเลขตัวเดียว ฮีทเทค น่าจะเอาอยู่แต่กลางคืนด้วยการหาข้อมูล ก็อยู่ประมาณตัวเลขใกล้ 0 หรือ 0 องศา ผมและคณะคิดว่าเสื้อกันหนาวที่เตรียมไป น่าจะเอาพอไหวก็เป็นไปตามนั้น

คณะของเราหลังจากเดินทางไปถึง ได้มีการแลกไลน์กับทางไกด์ทัวร์ไว้แล้ว ไกด์ปอ สาวสวยน่ารัก มาต้อนรับแนะนำตัว ไกด์ปอ เป็นคนไทยมีครอบครัวอยู่ญี่ปุ่น กำลังศึกษาปริญญาเอก อยู่ในโตเกียว ถือว่า ไกด์เป็นอาชีพเสริม ถ้าจำไม่ผิด สามีไกด์ปอ เป็นวิศวกร คนญี่ปุ่น ประวัติคร่าวๆ ไม่ลงลึกเพราะเป็นเรื่องส่วนตัว

ก่อนจะมีการนัดแนะการเดินทางว่า พวกผมชอบแบบไหน สารภาพเลย ผมชอบดู Go went Go ทางยูทูป ของยูทูปเบอร์ชื่อดังมันถูกจริต พวกผมก็เดินทางท่องเที่ยวแทบจะเป็นไกด์นำทาง

 

เราเริ่มต้นเช้าวันแรกที่ ตลาด Yobuko Morning Market ในจังหวัดซากะ อาจจะเป็นเพราะเป็นช่วงใกล้ปลายปี ร้านค้าหยุดกันเยอะมาก บรรยากาศเลยเงียบเหงา บรรยากาศร้านค้าน่าจะคล้ายๆ กับ หนองมน ชลบุรี 2 ข้างทางเป็นบ้านไม้ ผสมปูนซิเมนต์ สูงไม่มาก 2-3 ชั้น ใกล้ทะเล ในเมืองไทยน่าจะเรียกสะพานปลา เป็นท่าที่ชาวประมงเอาเรือเข้า เพื่อขนกุ้ง หอย ปู ปลา ลงตลาดแต่ที่นี่ไม่ถึงกับเป็นตลาดใหญ่ ที่รับอาหารทะเลมาทั้งหมด มีแค่บางส่วน นอกนั้นก็เป็นบรรยากาศ อาหารสำเร็จ หรือปรุงสุกง่ายๆ เสียบไม้ทอด ได้บรรยากาศแบบบ้านๆ ชาวบ้านออกมาขายกันเอง ดูแล้วก็สนุกดี เพราะอาหารเช้ายังไม่ถึงเวลาคณะเราทานอาหารกันบนเครื่องบินกันมาแล้วก่อนลง แวะมาก็เพื่อเดินดู บรรยากาศชาวบ้าน ตามที่พวกเราชอบ ไม่ได้เดินกิน อาจจะลองนู่นนี่นั่น แต่ผมจำไม่ได้ว่ากินอะไรไป พวกแผงลอย

 

ช่วงเที่ยง ไกด์ปอ พาเรามาที่ร้าน Shimakema ร้านอาหาร ไม่ไกลจากตลาดเช้ามากนัก อาหารทะเลสดมาก เพราะปิ้งย่างแบบเป็นๆ บอกตามตรงไม่ชิน กุ้ง หอย ขยับอยู่บนตะแกรงย่าง คณะเรากินกันได้ไม่เยอะ ไม่รู้ว่าไม่ชินหรือไม่หิวเพราะเวลาในร่างกายเพิ่งปรับตัว ถ้าดูโต๊ะข้างๆ คนท้องถิ่นเขากินกันดุเดือดสั่งแล้วสั่งอีก ส่วนคณะเราสั่งแค่ชุดเดียวเติมนิดหน่อย ทั้งที่เป็นบุฟเฟ่ต์กินไม่อั้น ภายใน 60 นาที สั่งจะยกมาเสิร์ฟทันที ของทะเลสดยังมีชีวิตอยู่เกือบทุกตัว เป็นร้านเล็กๆ บรรยายกาศร้านริมทะเล

ช่วงบ่าย คณะเรามาเดิน จะเรียกหมู่บ้าน หรือเมืองอิมาริ ไม่แน่ใจ เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ ว่ากันว่า ประมาณ 400 ปี เป็นหมู่บ้านเชิงเขา ที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องปั้นดินเผา ผมถามไกด์ปอ เขาทำกันที่ไหน ไกด์ บอกว่าโรงงานอยู่เข้าไปลึกๆ ใกล้ตีนเขา ที่เราเดินเป็นเหมือนที่โชว์ของ ร้านค้า ผมไม่ได้เข้าไปที่โรงงาน ไม่ได้ขออนุญาต และไม่ได้มาถ่ายทำสารคดี แค่นี้ก็โอเคแล้ว บรรยากาศเงียบเหงามาก ตอนที่ไปเที่ยวบอกตามตรงไม่รู้ นึกว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวคนเยอะ ทั้งคนท้องที่ และนักท่องเที่ยว ที่ไหนได้คนญี่ปุ่นเขาก็หยุด แต่ถือว่าได้ภาพไม่วุ่นวาย ถ่ายภาพสวยๆ ง่ายดีไม่ติดคน ถ้าจำไม่ผิดยังซื้อของพื้นๆ ติดไม้ติดมือ เพราะไม่กล้าซื้อระดับพรีเมี่ยม พวกจานโชว์หลายพันถึงเกือบหมื่น ตอนดูสวยครับแต่ดูสภาพบ้านตัวเองแล้ว ซื้อมาน่าจะกลายเป็นภาระขยะในห้องเก็บของ ไม่มีที่โชว์ จริงๆ แนวคิดแบบนี้มานาน เวลาไปเที่ยวทุกแห่งแม้แต่ในประเทศไทย ของสวยๆ ในชั้นโชว์ในร้าน พอกลับมาบ้านจะกลายเป็นภาระทันที

ถ่ายภาพวิวบรรยากาศเมืองกระเบื้องเคลือบ เก็บไว้ดูไว้ชมในอนาคต น่าจะพอแล้ว คณะเราแวะร้านท้องถิ่นดื่มชา ขนมหวาน อยากรู้ว่าคนที่นี่เขากินอะไร ช่วงนั้นถือว่าบรรยากาศเริ่มเย็น แดดร่มลมตก

 

 

 

 

ไกด์ปอ แจ้งว่าจะไปที่พักแล้วเพราะเย็นมากๆ ตอนนั้นพวกเราแวะร้านท้องถิ่น ซื้อขนม ชื่อร้าน A Coop Sumiyoshi  อยากดูขนมท้องถิ่น ว่าขายอะไร เขากินอะไร เพราะดูแล้วไม่น่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ผมไม่รู้ว่าอยู่แถวไหนดูตามแผนที่ในภาพเขียนว่า takeo saga คงเป็นทาเคโอะ ในเมืองซากะ

แต่รู้ว่าทางไปที่พักดูตามแผนที่ ที่เราจะพักคืนนี้ชื่อ Ooedo Onsen Monogatari Ureshinokan ห้องติดริมน้ำทะเลสาบ นอนแบบเรียวกัง เบาะปูบนเสื่อ แขกโรงแรมต้องปูกันเองปูตามจินตนาการ เวลาเข้าค่ายพักแรมน่าจะประมาณเดียวกัน เป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว ตึก 2 ชั้นสบายๆ ไม่ถือว่าแย่ บรรยากาศแบบญี่ปุ่นชาวบ้านมากๆ

 

 

อาหารเย็น เป็นอาหารทะเลของโรงแรมแปลกใหม่ โดยเฉพาะก้ามปูทาราบะ กินไม่อั้นและอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไม่ได้ถ่ายภาพเก็บไว้ และราคาก็อยู่ในการทัวร์อยู่แล้วไม่ได้จ่ายเพิ่ม กลุ่มผมควักกระปุกปลาร้าบอง ไปจิ้มของทะเล ไม่รู้ว่าแขกโรงแรมได้กลิ่นในห้องอาหารมั้ย ตอนนั้นเกรงใจเหมือนกัน แต่ตอบโจทย์ร่างกายมากๆ เช่นกัน

 

ตกดึกทำอะไรผมนี่เป็นคนชอบเดินอยู่แล้วมืดก็เดิน เงียบก็เดิน อยากรู้อยากเห็นว่านอกโรงแรมมีอะไร เดินออกไปถึงถนนน่าจะเกือบร้อยเมตรมั้ง กว่าจะถึงถนนหมู่บ้าน เรียกว่าไม่มีรถให้เห็นเลยเงียบมาก คนร่วมทางก็ไม่เห็น เขานอนหรือเขาหยุด อันนี้ไม่รู้ เพราะมันเกือบ 3 ทุ่มแล้ว ว่าแต่ผมเห็นร้าน Lawson เลยแวะซื้อเบียร์ตุนไว้ ไปกินที่ห้องหลายกระป๋องท่ามกลางบรรยากาศ นอกเมือง เงียบ สงบ มืด และเย็น ของเมืองซากะ ส่วน สาวเอ๋ ไปแช่ ออนเซน ตามแบบญี่ปุ่นถอดหมดแช่น้ำอุ่นกับแขกที่มาพักเป็นผู้หญิง ผู้ชายก็จะมีอีกห้อง ส่วนผมเขินกินเบียร์อยู่ในห้อง ตามนั้น

บันทึกไว้ 13 พฤศจิกายน 2568

สาม สอเสือ